สิงหาคม 08, 2022
11 11 11 AM
รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 (2022) Love Destiny 2
รีวิว The Burning Sea (2022) มหาวิบัติหายนะทะเลเพลิง
รีวิว Till We Meet Again (2021) ภารกิจรักด้ายแดง
รีวิว Jewel (2022) ดุจดั่งอัญมณี
รีวิว Thor: Love and Thunder (2022) ธอร์: ด้วยรักและอัสนี
รีวิว Code Name Banshee (2022)
รีวิว Too Old for Fairy Tales (2022) เทพนิยายไม่ใช่ของเด็กโต
รีวิว He’s All That (ภารกิจปั้นหนุ่มในฝัน)
รีวิว The Pirates: The Last Royal Treasure (2022) ศึกโจรสลัดชิงสมบัติราชวงศ์
รีวิว The Sea Beast (2022) อสูรทะเล
แนะนำหนังดัง
รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 (2022) Love Destiny 2 รีวิว The Burning Sea (2022) มหาวิบัติหายนะทะเลเพลิง รีวิว Till We Meet Again (2021) ภารกิจรักด้ายแดง รีวิว Jewel (2022) ดุจดั่งอัญมณี รีวิว Thor: Love and Thunder (2022) ธอร์: ด้วยรักและอัสนี รีวิว Code Name Banshee (2022) รีวิว Too Old for Fairy Tales (2022) เทพนิยายไม่ใช่ของเด็กโต รีวิว He’s All That (ภารกิจปั้นหนุ่มในฝัน) รีวิว The Pirates: The Last Royal Treasure (2022) ศึกโจรสลัดชิงสมบัติราชวงศ์ รีวิว The Sea Beast (2022) อสูรทะเล

รีวิว Jewel (2022) ดุจดั่งอัญมณี

ภาพยนตร์ดราม่าสุดพีคที่สร้างความประทับมิลืมเลือน Jewel (2022) ดุจดั่งอัญมณี หนังดราม่าที่สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคน เป็นการเล่าเรื่องของช่างภาพที่เป็นนักเดินทางท่องเที่ยวก่อนจะพบกับหญิงสาวชาวพื้นเมืองที่นั้น ทั้งสองคนคุยกันถูกคอดี ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายในอดีตที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่อยากนึกถึงอีก ดูหนังใหม่

ในหนังมีตัวละครหลักแค่ไม่กี่คนเองแต่หนังกลับสร้างออกมาได้น่าสนใจและน่าจดจำมากๆ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเมืองๆหนึ่งของชุมชนคนผิวสี และความขัดแย้งและความโกรธแค้นในใจนั้นยังดำเนินเวลาต่อเนื่องไปถึงสิบๆปีอีกด้วยในยุค 1960 โทนของหนังเริ่มต้นด้วยการแสดงพิธีกรรมของคนพื้นเมืองก่อนที่ช่างภาพตัวเอกจะเจอกับวิญญาณคนผิวสีที่วิ่งมายืนอยู่หน้าเลนด้วยสีหน้าที่เครียดจริงจังและถมึงทึง มีภาพการถ่ายแบบ

Footage ที่ตัวภาพในหนังถ่ายออกมาค่อนข้างนิ่ง มีการใช้ควัน แสง สี ไฟและน้ำประกอบในฉาก เพื่อให้เรารับรู้ถึงโลกนามธรรม โลกในจิตวิญญาณ หรือโลกในภพอีกภพหนึ่ง นอกจากการดำเนินเรื่องราวความรู้สึกดีที่ค่อยๆก่อตัวระหว่างผู้หญิงสองคน หนังยังถ่ายทอดความโกรธแค้นของชาวพื้นเมืองที่ไม่มีทางลืมสิ่งที่ตำรวจและคนผิวขาวทำกับพวกเขาได้แม้เวลาจะผ่านมา 8 ปีแล้วก็ตาม

และการที่ช่างภาพตัวเอกมาที่นี้ มันก็เหมือนกับเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ชาวพื้นเมืองโกรธแค้นมากขึ้น แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวผิวขาวเดินทางมาหลายคนก็ตาม ในส่วนของนักแสดงหลักและนักแสดงสมทบคิดว่าทำออกมาได้ดีแบบระดับกลางๆแต่ก็ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่ ไม่ได้ดูแข็งหรือฝืนมากจนเกินไป ตัวหนังค่อนข้างเงียบและบทพูดค่อนข้างน้อย เน้นความลึกลับและความระทึกขวัญของหนังมากกว่า ฉากน่ากลัวๆในหนังไม่ค่อยมี ฉากตุ้งแช่เยอะนิดหน่อย ต้องกรอหลายรอบ ตอนจบแอบงงๆกับเนื้อหาว่าอะไร จบแล้วเหรอ สิ่งที่น่าชื่นชมของหนังก็คือภาพ Footage ที่ถ่ายออกมาได้ดี และสมจริงระดับหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กระทำที่ลืมไปแล้วและผู้ถูกกระทำที่ไม่มีวันลืม มีหลายอย่างในเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจพอสมควร